วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

เสพแล้วหดหมดความรู้สึกทางเพศ ..!!

โครงการ ผลิตยาเสพติดปลอม
ตามแบบฉบับ นายไผ่ พันลำ

หลักการและเหตุผล
โดยที่ยาเสพติดระบาดในสังคมไทยอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในหมู่เด็กและเยาวชนอันเป็นการบั่นทอนกำลังพัฒนาการของประเทศชาติเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมนานาชนิดเป็นพิษภัยที่แรงร้ายในทุกสถาบันโดยเฉพาะสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษาทุกระดับกระทบกระเทือน ทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม รวมความว่ายาเสพติดทุกชนิดทำลายความมั่นคงของประเทศชาติ โดยแท้ การปราบปรามโดยวิธีการที่ผ่าน ๆ มา แม้จะได้กระทำมาอย่างต่อเนื่องแต่ผลไม่ได้ทำให้ยาเสพติดลดลงไปแต่ประการใด การผลิตยาเสพติดปลอม เป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจจะช่วยให้การแพร่ระบาดของยาลดลงได้
ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ ย่อมกระทบเฉพาะเพียงกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้นหาได้เป็นอันตรายต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ กล่าวคือ ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้เสพ เพียงกลุ่มเดียวภายใต้การดำเนินการตามความเหมาะสมในโครงการ

สรรพคุณของยา ให้มีผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ ที่จะมีผลต่อจิตวิทยาในสังคมผู้เสพยาและก่อให้เกิดความขยาดกลัวไม่เข้าไปพัวพันกับยาเสพติตทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น "เสพแล้วหดหมดความรู้สึกทางเพศ" 
วัตถุประสงค์
  1. เพื่อทำลายวงจรการตลาดของยาเสพติด
  2. เพื่อทำลายราคาของยา
  3. เพื่อสร้างความสับสนในหมู่นักค้านักเสพยา
  4. เพื่อกำจัดยาเสพติดให้สิ้นไปจากแผ่นดิน
เป้าหมาย
  1. ผู้ผลิตยาเสพติด
  2. ผู้ค้ายาเสพติดและ
  3. ผู้เสพยาเสพติด ทั่วไป
วิธีดำเนินการ
1.      เชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรอิสระ เข้าร่วมประชุมเพื่อหามาตรการจัดการในภาคปฏิบัติ
2.      ให้เภสัชศาสตร์ทำการวิจัยเพื่อการผลิตยาเสพติดปลอม
3.      รัฐประกาศแจ้งต่อสาธารณะว่าจะมีการปล่อยยาเสพติดออกสู่ตลาดใต้ดิน
4.      จัดการประเมินผลทุกระยะ
5.      แจ้งผลการประเมินผลต่อสาธารณะ
ระยะเวลาดำเนินการ
v     ------------------------
งบประมาณ
v     -------------------------
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
1.      รัฐบาล

ผู้เสนอโครงการ
v     นายไผ่  พันลำ


------------------------

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

อุปสรรคของการขับเคลื่อนขบวนประชาธิปไตย

ปัญหาการปฏิวัติระบบการเมืองการปกครองของไทย
ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์
โดย ไผ่  พันลำ
1.      อำนาจนอกระบบมองไม่เห็น
v     ความซับซ้อนของอำนาจเผด็จการ ประชาชนไม่อาจสัมผัสได้โดยตรง นปช. จึงสอนมวลชนเสื้อแดงให้รู้สึกว่ามีอำนาจนอกระบบคอยกีดกันอำนาจประชาชนเพื่อสร้างความคับแค้นใจ ทางกลุ่มจึงกำหนดเป้าไปที่ อำมาตย์ และสถาบัน เป็นคู่ต่อสู้ เพื่อวางล่อเป้าให้มวลชนเห็นได้ง่าย
2.      มวลชนไม่รู้สึกคับแค้น
v     มวลชนไม่รู้สึกคับแค้นเพราะถูกสร้างให้เป็นฐานเสียงพรรคการเมือง เมื่อพรรคการเมืองที่สนับสนุนได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งแล้ว พวกเขาจึงรู้สึกว่าได้กุมอำนาจรัฐนั้นแล้ว พวกเขาชนะแล้ว คอยระวังเพียงไม่ให้ใครมาทำลายรัฐบาลของพวกเขาเท่านั้น

3.      ประชาชนต้องการเพียงการเปลี่ยนพรรคการเมืองให้ครองอำนาจรัฐ
v     เป้าหมายของมวลชนเสื้อแดง เพียงต้องการแค่อำนาจรัฐกลับคืน ดังณัฐวุฒิกล่าวกะรัฐบาลอภิสิทธิ์เสมอ ๆ ว่า ผลจากการเลือกตั้งไม่ว่าพวกเขาจะชนะหรือแพ้ ก็ขอยอมรับผลนั้นด้วยดีไม่มีมวลชนพวกเขาออกมาอีก
4.      ประชาชนทั่วไปยังสับสนต่อการก้าวไป
v     มวลชนเสื้อแดงพอใจกับผลการเลือกตั้งดังกล่าวมาแล้ว ส่วนประชาชนนอกนี้ ยังสับสนอยู่ว่า การก้าวต่อไปจะกระทบต่อสถาบัน ซึ่งพวกเขายังจงรักภักดี

เสรีภาพแห่งอิสระชน(1)

ข้าจะท่องเที่ยวไปในแหล่งหล้า
ตามประสาชีวิตอิสระ
เที่ยวตามถามไถ่ไม่ลดละ
ในสาระอธิปไตยนั้น

ดั้นด้นค้นหาประสาคน
เสรีชนคนไทยในเขตขัณฑ์
ประชาชาติอภิวัติสารบัญ
บัญญัติอันให้ร่วมแคว้นบนแดนดินฯ


**ไผ่ พันลำ**

-----------------

ความเป็นประชาธิปไตย ? โดย ไผ่ พันลำ


§         กระบวนการแห่งอำนาจประชาชน
  1. ระบบได้มาซึ่งอำนาจ = เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ส.ส.,ส.ว.,
    1. อำนาจนิติบัญญัติ  ส.ส. ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง
    2. อำนาจบริหาร =     เสียงส่วนมากจาก ส.ส. เลือกเป็นคณะรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล
    1. อำนาจตุลาการ =  ผ่านการเลือกตั้ง...............?

§         กระบวนการใช้อำนาจประชาชน
  1. ระบบการใช้อำนาจของประชาชน =    โดยรัฐบาล เป็นตัวแทนประชาชน
  1. ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจ =      
1)      โดยรัฐสภา
2)      โดยพรรคการเมือง
3)      โดยสื่อ
4)      โดยอำนาจทางตุลาการและ
5)      อื่น ฯลฯ
ทั้งนี้ต้องผ่านการเลือกตั้งโดยประชาชน

§         สิทธิและเสรีภาพของประชาชน
  1. การใช้สิทธิ= ได้รับการรับรองจากความเป็นรัฐาภิบาลให้ประชาชนมีสิทธิของความเป็นมนุษย์เป็นเบื้องต้น และในฐานะประชาชนของรัฐเป็นที่สุด  อันได้แก่สิทธิทุกอย่างของการดำเนินชีวิตและการครอบครองทรัพย์สินของตนโดยได้รับการบริการจากรัฐอย่างเสมอภาคตลอดถึงการลงมติใด ๆ อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ในการใช้สิทธิเช่นนั้นต้องไม่
    1.  ไม่ละเมิด สิทธิ ผู้อื่น
    2. รับผิดชอบ ต่อการล่วงละเมิดนั้น
  1. การใช้เสรีภาพ =   โดยธรรมชาติของมนุษย์ ย่อมมีเสรีภาพในร่างกายของตน และในทรัพย์สินของตนตามอัตภาพที่จะ  กระทำการใด ๆ โดยไม่ถูกจำกัดภายใต้เงื่อนไขที่ชอบธรรมกล่าวคือ
§         ไม่ละเมิด ผู้อื่น
§         รับผิดชอบ ต่อการละเมิดนั้น
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างมีความเสมอภาค ภราดรภาพ และ ตามอัตภาพ

------------------- -

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

ข้อเสนอ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ม.112 โดยคณะนิติราษฎร์


ข้อเสนอ
การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท
พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

โดยตระหนักว่ามนุษย์ ไม่ว่าจะชาติกำเนิดใด ดำรงตำแหน่งสถานะใด ย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีเสรีภาพ มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน มีเหตุผล มีความสามารถอดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่แตกต่างและในสังคมประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพที่จะขาดเสียมิได้ หากจะมีการจำกัดเสรีภาพดังกล่าว รัฐต้องกระทำเท่าที่จำเป็น และจะจำกัดจนถึงขนาดกระทบต่อสารัตถะแห่งเสรีภาพนั้นมิได้

กฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มีความไม่เหมาะสมทั้งในแง่ของโครงสร้างของบทบัญญัติ อัตราโทษ และการบังคับใช้ ประกอบกับกฎหมายดังกล่าวไม่มีการยกเว้นความผิดในกรณีที่บุคคลติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใดโดยสุจริตเพื่อรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งในปัจจุบันปรากฏชัดว่ากฎหมายดังกล่าวเปิด ช่องให้บุคคลนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือนำไปใช้โดยไม่สุจริตและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย  

เพื่อรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ คณะนิติราษฎร์จึงเห็นควรเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนี้  





ประเด็นที่ ๑
การดำรงอยู่ของมาตรา ๑๑๒
ข้อเสนอ
ยกเลิกบทบัญญัติมาตรา ๑๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา

เหตุผล 
๑. มาตรา ๑๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญาที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้รับการบัญญัติขึ้นโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งเป็น กฎหมายของคณะรัฐประหาร บทบัญญัติในมาตรานี้จึงขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย
๒. ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของบทบัญญัติต่างๆในประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ จึงจำเป็นต้องยกเลิกบทบัญญัติ
มาตรา ๑๑๒ ในลักษณะ ๑ ความผิดเกี่ยวกับความมันคงแห่งราชอาณาจักร เพื่อนำไปบัญญัติขึ้นใหม่เป็น
ลักษณะ .../... ความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ 
ประเด็นที่ ๒
ตำแหน่งแห่งที่ของบทบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเกียรติยศและชื่อเสียงของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ข้อเสนอ
๑. เพิ่มเติมลักษณะ .../... ความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไว้ในประมวลกฎหมายอาญา
๒. นำบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปบัญญัติไว้ในลักษณะ .../...
เหตุผล
โดยลักษณะของความผิด ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีสภาพร้ายแรงถึงขนาดกระทบกระเทือนต่อการดำรงอยู่ ต่อบูรณภาพ และต่อความมันคงแห่งราชอาณาจักร
ประเด็นที่ ๓
ตำแหน่งที่ได้รับการคุ้มครอง
ข้อเสนอ
แบ่งแยกการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ออกจากการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนี้
มาตรา ... ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ต้องระวาง โทษ ...
มาตรา ... ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระราชินี รัชทายาท หรือผู้ สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษ ...
เหตุผล
เพื่อให้สอดคล้องกับการแบ่งแยกการคุ้มครองระหว่างตำแหน่งพระมหากษัตริย์กับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในความผิดฐานอื่นๆ กล่าวคือ
ความผิดฐานปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ (มาตรา ๑๐๗)
ความผิดฐานปลงพระชนม์พระราชินี รัชทายาทและความผิดฐานฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (มาตรา ๑๐๙)
ความผิดฐานกระทำการประทุษร้ายพระมหากษัตริย์ (มาตรา ๑๐๘)
ความผิดฐานกระทำการประทุษร้ายพระราชินี รัชทายาทและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (มาตรา ๑๑๐)

ประเด็นที่ ๔
อัตราโทษ
ข้อเสนอ 
๑. ไม่มีอัตราโทษขั้นต่ำ 
๒. ลดอัตราโทษให้เป็นจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์
๓. ลดอัตราโทษให้เป็นจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
เหตุผล 
๑. ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่มีการกำหนดอัตราโทษขั้นต่ำในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ จึง
ยิ่งไม่ควรมีการกำหนดอัตราโทษขั้นต่ำในความผิดฐานดังกล่าว
๒. เปิดโอกาสให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษน้อยเพียงใดก็ได้ตามควรแก่กรณี
๓.  เป็นการคุ้มครองบุคคลในตำแหน่งพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้สมแก่สถานะแห่งตำแหน่ง จึงกำหนดให้มีอัตราโทษขั้นสูงที่ สูงกว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความร้ายแรงของการกระทำอันเป็นความผิดกับโทษที่ผู้กระทำความผิดนั้นควรได้รับ อันเป็นไปตามหลักความพอสมควรแก่เหตุซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ จึงกำหนดให้มีอัตราโทษขั้นสูงลดลงจากเดิม
๔. โดยเหตุที่พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐซึ่งมีสถานะแตกต่างจากพระราชินีรัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จึงกำหนดอัตราโทษขั้นสูงให้แตกต่างกัน
หมายเหตุ:  อัตราโทษสำหรับการหมิ่นประมาทในกรณีอื่น ๆ จะต้องปรับให้รับกับข้อเสนอนี้ต่อไป
ประเด็นที่ ๕
เหตุยกเว้นความผิด
ข้อเสนอ
เพิ่มเติมเหตุยกเว้นความผิด ดังนี้
มาตรา ... ผู้ใด ติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใดโดยสุจริตเพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญเพื่อธำรงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผู้นั้นไม่มีความผิดตามมาตรา ... และมาตรา...
เหตุผล
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๕ รับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อการดังกล่าว ไม่สมควรเป็นความผิดทางอาญา
ประเด็นที่ ๖
เหตุยกเว้นโทษ
ข้อเสนอ
เพิ่มเติมเหตุยกเว้นโทษ ดังนี้
มาตรา ... ความผิดฐานต่างๆในลักษณะนี้ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดพิสูจน์ได้ว่าข้อความนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
ถ้าข้อที่กล่าวหาว่าเป็นความผิดนั้นเป็นเรื่องความเป็นอยู่ส่วนพระองค์หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวแล้วแต่กรณี และการพิสูจน์นั้นไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ห้ามมิให้พิสูจน์
เหตุผล
แม้การกระทำนั้นเป็นความผิด แต่หากการกระทำนั้นเป็นการแสดงข้อความที่ เป็นจริง และเป็นประโยชน์แก่ประชาชน  ก็สมควรได้รับการยกเว้นโทษ 
ประเด็นที่ ๗
ผู้มีอำนาจกล่าวโทษ
ข้อเสนอ
๑. ห้ามบุคคลทั่วไปกล่าวโทษว่ามีการกระทำความผิด ่ เกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
๒.ให้สำนักราชเลขาธิการเป็นผู้กล่าวโทษว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
เหตุผล
๑. เพื่อมิให้บุคคลทั่วไปนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือนำไปใช้โดยไม่สุจริต
๒.โดยเหตุที่สำนักราชเลขาธิการเป็นหน่วยงานของรัฐ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลขานุการในพระองค์พระมหากษัตริย์ จึงสมควรให้ทำหน้าที่ ปกป้องพระเกียรติของพระมหากษัตริย์  พระราชินีรัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์
ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล
ธีระ สุธีวรางกูร
สาวตรี สุขศรี
ปิยบุตร แสงกนกกุล
คณะนิติราษฎร์ : นิติศาสตร์เพื่อราษฎร์

--------------------------

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

อุดมการณ์ประชาธิปไตยจริงหรือ ?


Filed under: กลยุทธ์ — ภูวเดช @ 4:46 am 
ผมเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดต้องการเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยจริง จึงเรียกร้องให้ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินอนาคตของประเทศเอง ถึงขั้นยอมตายถวายชีวิตเพื่อประชาธิปไตยอย่างที่เห็นกัน แต่น่าเสียดายยังมีคนส่วนน้อยเพียงไม่กี่คนที่ไม่ได้ต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และที่แย่ลงไปอีกคือคนเหล่านี้เป็นผู้นำทางความคิดของกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหมด กลุ่มคนที่ไม่ได้ต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเพียงไม่กี่คนนี้ก็คือ แกนนำนปช.และคุณ —— ผู้อยู่เบื้องหลังนั่นเอง ทำไมผมจึงพูดอย่างนั้น ?
การกระทำส่อเจตนา
ตั้งแต่ก่อนการชุมนุมช่วงเดือนเมษา-พฤษภาคม ได้มีการสร้างเงื่อนไขการชุมนุมหลักอยู่ ๒ เรื่องคือ ๑.ความไม่เป็นประชาธิปไตย โดยอ้างว่าระบบการปกครองที่ใช้อยู่เป็นผลมาจากการรัฐประหารซึ่งเป็นระบบที่ผิดอยู่จะต้องเปลี่ยนแปลงทันที ๒.ในสังคมมีความเหลื่อนล้ำทางชนชั้นอยู่ ชนชั้นล่างซึ่งที่ชุมนุมเรียกว่าไพร่ กับชนชั้นสูง ซึ่งที่ชุมนุมเรียกว่าอำมาตย์ ได้รับการปฏิบัติทางกฏหมายไม่เท่าเทียมกัน
โอกาสประชาธิปไตยครั้งแรก
จากเงื่อนไขทั้ง ๒ นั้นแกนนำได้สรุปเป็นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลคือ ให้ยุบสภาทันที เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน เลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต่อไป และจัดชุมนุมเพื่อกดดันรํบบาลให้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง แต่การชุมนุมด้วยความสงบไม่สามารถกดดันรัฐบาลได้ แกนนำจึงยกระดับการชุมนุมขึ้นเรื่อยๆ จนกดดันให้เกิดการเจรจารอบแรกสองวันได้ แต่จบลงด้วยการตกลงกันไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่นายอภิสิทธิ์นายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับว่าจะมีการยุบสภาก่อนหมดอายุสภาโดยขอจัดการเรื่องงบประมาณ แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ และเตรียมการเพื่อความสงบในการเลือกตั้ง ซึ่งในขณะนั้นคาดว่าจะใช้เวลา ๙ เดือน นั่นหมายความว่า แกนนำนปช. ได้การยุบสภาอย่างที่ร้องขอตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพียงแต่ยืดเวลาออกไปอีก ๙ เดือน แทนที่จะคอยให้หมดอายุสภาอีกปีกว่าๆ ผมถือว่าขณะนั้นแกนนำนปช.ทำสำเร็จแล้ว ดังนั้นสิ่งที่แกนนำควรจะทำคือเจรจาต่อด้วยเหตุผลให้ลดเวลาลงจาก ๙ เดือนให้มากที่สุดโอกาสได้ประชาธิปไตยครั้งแรก
โอกาสประชาธิปไตยครั้งที่สอง
แต่การณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แกนนำกลับออกมาประกาศว่าการเจรจาล้มเหลว ยืนยันให้นายกยุบสภาภายใน ๑๕ วัน และยกระดับการชุมนุมขึ้นไปโดยยึดสะพานผ่านฟ้าและถนนราชดำเนินชุมนุมโดยกีดขวางการจราจร จนเกิดการปะทะกันในวันที่ ๑๐ เมย. ทำให้เกิดความสูญเสียบาดเจ็บล้มตายทั้ง ๒ ฝ่าย ทำให้รัฐบาลต้องสั่งถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกมา หลังจากนั้นแกนนำก็ยกระดับการชุมนุมโดยนำฝูงชนเดินขบวนไปตามที่ต่างๆหลายจุดในกรุงเทพฯ และย้ายที่ชุมนุมไปปักหลักที่สี่แยกราชประสงค์ ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมากมาย องค์กรธุรกิจใหญ่น้อยในย่านราชประสงค์ต้องปิดตัวลงชั่วคราว เป็นผลให้มีผู้ตกงาน ขาดรายได้ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้องมากมาย จนนายอภิสิทธ์ได้เสนอข้อเสนอปรองดอง 5 ข้อโดยรวมการเลือกตั้งในเดือน พย. ที่จะถึงนี้ไว้ แต่มีเงื่อนไขให้แกนนำประกาศสลายการชุมนุมโดยสมัครใจเอง ดูเหมือนว่าแกนนำจะทำสำเร็จอีกครั้ง เพียงแต่รับข้อเสนอของนายก ก็จะได้การยุบสภาที่เร็วขึ้นกว่าการเจรจาครั้งแรก แต่ครั้งนี้อาจต้องแลกด้วยอิสระภาพของแกนนำ เพราะในการชุมนุมที่ผ่านมามีการทำผิดกฏหมายหลายอย่าง แต่ก็มีแง่มุมที่จะสู้คดีได้โอกาสได้ประชาธิปไตยครั้งที่สอง
แต่การณ์ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แกนนำประกาศรับข้อเสนอปรองดองของนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่เลิกชุมนุม..ด้วยเหตุที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของแกนนำเมื่อมอบตัวแล้วจะได้ประกันหรือไม่ จึงสร้างเงื่อนไขเพื่อจะใช้นายสุเทพ รองนายกเป็นคู่เทียบให้ได้การประกันตัว แต่นายสุเทพก็ไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นเงื่อนไขตามที่แกนนำต้องการ การชุมนุมจึงดำเนินต่อไป โดยแกนนำบอกว่าเป็นความผิดของนายสุเทพและรบ.ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของนปช. จึงเป็นสิทธิ์ของนปช.ที่จะดำเนินการชุมนุมต่อไป จนการชุมนุมล่วงเลยมาอีก ๑ สัปดาห์ นายอภิสิทธิ์จึงประกาศยกเลิกข้อเสนอปรองดอง ด้วยเหตุที่นปช.ไม่รับข้อเสนอเพราะยังคงดำเนินการชุมนุมต่อ และท้ายที่สุดก็จบลงด้วยการเข้าสลายการชุมนุม แกนนำจึงประกาศเลิกชุมนุมและเข้ามอบตัวอย่างที่ทราบกัน
ข้อพิจารณาในเรื่องนี้ คือ แกนนำนปช.เริ่มต้นด้วย การประกาศว่า ต้องการประชาธิปไตย,ต้องการแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยให้เปลี่ยนแปลงด้วยการยุบสภาทันที โอกาสครั้งแรกได้ยุบสภาใน ๙ เดือนไม่เอา โอกาสคร้งที่สองได้ยุบสภาใน ๔ เดือนครึ่ง ไม่เอา จากการกระทำเช่นนี้ พิจารณาได้ว่า แกนนำนปช.ไม่ได้ต้องการประชาธิปไตยจริงๆเพราะถ้าแกนนำต้องการประชาธิปไตยจริงเหนืออื่นใด ต้องคว้าโอกาสตั้งแต่ครั้งแรกและทำให้ดีที่สุด โดยต้องไม่ยอมให้เกิดความเสียหายขึ้นกับผู้ชุมนุมและบ้านเมือง การทีแกนนำดึงดันที่จะชุมนุมต่อหลังการเจรจาครั้งแรกนั้น หมายความว่า แกนนำยืนยันต้องให้ยุบสภาทันที จึงเป็นคำถามว่าอะไรคือความต้องการที่แท้จริงที่ต้องยุบสภาทันที (ความต้องการนั้นมันสำคัญขนาดที่ยอมที่จะให้เกิดการปะทะในวันที่ ๑๐ เมย.ต่อมา) และการที่ไม่คว้าโอกาสครั้งที่สองนั้นทำให้มองได้ว่า ๑.ไม่มีความจำเป็นที่ต้องยุบสภาทันทีเพราะแกนนำยอมรับ ๔ เดือนครึ่งได้ (นั่นหมายความว่าที่พูดมาตั้งแต่แรกว่าต้องยุบสภาทันทีนั้นเป็นเพียงการสร้างเงื่อนไขการชุมนุมเท่านั้น) ๒.ประชาธิปไตยที่เรียกร้องนั้นไม่ได้สำคัญกว่าความปลอดภัยของแกนนำเลย
การอ้างประชาธิปไตยจึงเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อของแกนนำนปช. เพื่อดึงมวลชนผู้รักประชาธิปไตยให้ออกมาชุมนุมเท่านั้น โดยความต้องการที่แท้จริงแห่งการชุมนุมนั้นถูกซ่อนไว้เบื้องหลัง ไม่ใช่เรียกร้องด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตยแต่ประการใดเลย

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554


บทเพลง ไพบูลย์  บุตรขัน
บทกวี ไผ่ พันลำ
*************
ฟ้าร้องก้องหล้าฟ้ารั่ว
เมฆมัวมองมิดมืดหมด
พายุย่ำซ้ำซัดเศร้าสลด
รันทดทั่วแคว้นแดนบาดาล

ครืนครืนเมฆดำคำรามลั่น
อสุนีบาตฟาดฟันฟังสะท้าน
น้ำป่าไหลล้นลนลาน
ซมซานน้ำพัดซัดเซ…..

ใต้ฝุ่นกระหน่ำกรรมซัด....
พืชพันธุ์สารพัดสารเพ
ย่อยยับนาล่มดังทะเล
ว้าเหว่วังเวงวก วน

สายน้ำไหลเลี้ยวเชี่ยวกราก
ไหลหลากเจิ่งนองท้องถนน
น้ำตารินร่วงปวงชน
คละเคล้าสายชล...จนใจ....

นาล่มจมน้ำซ้ำซาก
เหนื่อยยากหมดท่านาไร่
สิ้นหวังอีกปีอีกไกล
หนทางก้าวไป.. มืดมน...........

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

ทำไมนิรโทษกรรมทำไม โดย รุ่งโรจน์ วรรณศูทร



(ถอดความและเรียบเรียงจาก CBOX newskythailand วันที่ 29 มิถุนายน 2552 ประมาณเวลา 16.00 น.)

แสดงความเห็นนะครับพี่น้อง... ผิดถูกรับฟังด้วย... การขอให้ยกโทษ ก่อนอื่นคือยอมรับว่าทำความผิด... ในกรณีนี้ หลัง 19 กันยา ผู้รักประชาธิปไตยตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้ใช้สัญลักษณ์เสื้อแดง เช่น กลุ่ม 24 มิถุนาฯ กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเด็จการ และ กลุ่ม นปก. ที่ยืนยันเรียกร้อง "ไม่เอา 2 มาตรฐาน" "ไม่เอา '50" และอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์กรอิสระก็ดี เรื่องตุลาการวิบัติก็ดี ล้วนไร้ความหมายไปทั้งหมด

พี่น้องครับ... ผมอยู่หน้าสวนจิตรฯเช้าวันที่ 14 ตุลา 2516 ถูกแก๊สน้ำตาด้วยครับพี่น้อง และมาถึงวันนี้ผมไม่ต้องการกฎหมายนิรโทษกรรมทั้งกับนักเรียนนิสิตนักศึกษา และไม่ต้องการกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ทรราชและสมุนของมันครับ การนิรโทษกรรมทำให้ ไม่มีการชำระประวัติศาสตร์ ครับ ในเมื่อเราสู้บนความถูกต้อง ผมว่าเราควรยืนหยัดให้ถึงที่สุดครับ... ใช่มั้ยครับพี่น้อง ผมไม่ต้องการให้เกิดปรากฏการณ์ "ซุกขยะใต้พรม" อีกแล้วในประเทศนี้ครับ

เราจะไปขอให้ยกในโทษที่เราไม่ได้ทำได้อย่างไรกันครับ วีรชน 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ สงกรานต์เลือด เค้าจะรู้สึกอย่างไรครับ ... จิตร ภูมิศักดิ์ -นายผี อศนี พลจันทร์ - ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน - พ่อหลวงอินถา ศรีบุญเรือง – และ ฯลฯ ทั้งหมดนั้นจะรู้สึกอย่างไรครับ ผมเชื่อว่าพวกเค้าเหล่านั้น ไม่เคยหวังว่าพวกเราจะหาความเป็นธรรมด้วยการเรียกร้องนะครับพี่น้อง

36 ปีในขบวนแถวประชาธิปไตย ผมยืนยันมาตลอดว่าผมไม่ได้ทำผิด... ถ้าการสร้างประชาธิปไตยเป็นความผิด... ประเทศสหรัฐอเมริกาต้องไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว... สาธารณรัฐที่ 5 ของฝรั่งเศสต้องไม่มีอยู่แล้ว.... อารยประเทศทั้งหมดในซีกโลกตะวันตก ต้องกลับไปมีชีวิตเหมือนในยุคกลางสิครับ

ถ้าเป็นไปได้ ขอประชามติของฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหมดครับ... ถ้าเป็นไปได้ ผู้อยู่บนเวทีเคลื่อนไหว ช่วย ยืนยันวิสัยทัศน์ จุดยืน นโยบาย และทิศทางการเคลื่อนไหวของขบวนประชาธิปไตยด้วยครับ..... เราสู้เพื่อประชาธิปไตยใช่มั้ยครับพี่น้อง..... เราต้องฟังกันใช่มั้ยครับพี่น้อง

และสำหรับ "ผู้นำ" ขอความชัดเจนด้วยครับ ว่า ท่านทั้งหลายจะนำพาประเทศชาตินี้ ประเทศที่ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ไปสู่จุดไหนของประวัติศาสตร์ และในสถานะไหนในสังคมอารยะประเทศ....

แต่ขอยืนยัน...ว่าการเคลื่อนไหวประชาธิปไตย ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ไม่เป็นความผิดครับ... จะเป็นมากที่สุดคือ ผิดใจผู้เผด็จอำนาจ เท่านั้นเอง ฉะนั้น การขอโทษก็ อาจ จะนำมาซึ่งการขอประชาธิปไตยก็ได้นะครับ ผมพูดและเขียน "ประชาธิปไตยสมบูรณ์" มาหลายเดือนก่อน "สงกรานต์เลือด 52" ว่าอยู่ในบริบทเดียวกับของหัวหน้าผู้ก่อการฯฝ่ายพลเรือน นายปรีดี พนมยงค์ครับ นั่นคือ ประชาธิปไตยทั้งทางเศรษฐกิจ และในทางการเมือง นั่นคืออีกเหมือนกัน ว่าทั้ง 2 อย่างนั้น ไม่มีใครเคยยกให้ใครเปล่าๆแม้แต่ครังเดียวครับพี่น้อง ไม่อย่างนั้นไม่ต้องรอถึงคณะราษฎรหรอกครับ คณะเก๊กเหม็งหรือคณะ ร.ศ.130 เรื่องก็คงจบไปแล้วนะครับพี่น้อง

ถามจริงๆนะครับพี่น้อง จิตร ภูมิศักดิ์ ในสายตาประชาชนผู้รักประชาธิปไตย รักเสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ กับ สายตาของพวกปฏิปักษ์ประชาธิปไตยนั้น เหมือนกันหรือแตกต่างกันหรือไม่อย่างไรครับ

แล้ว จิตร ภูมิศักดิ์ ตายในสถานะคอมมิวนิสต์ใช่มั้ยครับพี่น้อง... มีใครคิดกอบกู้ชื่อเสีียงของคุณจิตรอย่างเป็นทางการบ้างครับพี่น้อง..... ความตายของคุณจิระ บุญมาก เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 มีคุณค่าเฉพาะในทางจิตใจของผู้รักประชาธิปไตยเท่านั้นเองครับ ในแบบเรียนประวัติศาสตร์สักเล่มมีพูดถึงมั้ยครับ......พี่น้องงงงงงง

มีใครคิดกอบกู้ชื่อเสียงของคุณจิตรอย่างเป็นทางการบ้างครับพี่น้อง

ผมยังขอยืนยันนะครับพี่น้อง ว่าการเคลื่อนไหวที่พัฒนามาจากการต่อต้านการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 นั้น เนื้อแท้คือการ… "โค่นระบอบอำมาตย์ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ สร้างรัฐธรรมนูญประชาชน"

ประชาธิปไตยจงเจริญ ประชาชนจงเจริญ ด้วยภราดรภาพครับพี่น้อง

รบกวนด้วยครับ พี่น้องและมิตรสหายทั้งหลาย ใครมี authority รบกวนด้วยแล้วกันครับ คนตัวเล็กๆอย่างผมได้ทำหน้าที่แล้วครับ และคงไม่มีแกนนำคนไหนบังเอิญได้ยินหรอกครับ รบกวนพี่น้องที่นำเสนอด้วยก็แล้วกันครับ ขอบคุณสำหรับการรับฟังอย่างมีสติ ใช้เหตุผล และจริงใจต่ออนาคตของชาติบ้านเมืองที่จะต้องตกถึงมือของลูกหลานเราอย่างไม่มีทางเลี่ยงครับ